วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Intel Nehalem โฉมใหม่ CPU ของ Intel จะเจ๋งแค่ไหน?


จากงาน IDF 2008 Taipei งานนี้มีการเปิดเผยรายละเอียดของ Nehalem หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Core i7 ที่กำลังจะวางตลาด (ส่งมอบให้กับผู้ผลิต) ในเดือนหน้า ผมคิดว่ารายละเอียดค่อนข้างเคลียร์กว่าที่เราเคยเห็นมาจากที่อื่นๆ งานนี้เลยเอามาสรุปให้ดูกันอีกทีครับ Nehalem เป็นชื่อของ Micro-Architecture ใหม่จากอินเทลที่ต่อมาจาก Core Micro-Architecture เดิม โดยการออกแบบในรอบนี้อินเทลเน้นความเป็นโมดูลของสถาปัตยกรรมไว้แต่แรก ทำให้สามารถปรับตัวซีพียูให้เหมาะกับแต่ละงานได้ตามความเหมาะสมในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคงเป็นเรื่อง ของการรวมชุดควมคุมหน่วยความจำเข้าไว้ในซีพียู (Integrated Memory Controller - IMC) เพื่อลดระยะเวลาในการเข้าถึงหน่วยความจำ ส่วนนี้เป็นส่วนที่อินเทลเสียเปรียบเอเอ็มดีสมัย Opteron รุ่งเรื่องค่อนข้างชัด โดยเฉพาะในงานที่ต้องการใช้หน่วยความจำมากๆ เช่นการทำฐานข้อมูลในหน่วยความจำ ความเร็วในส่วนนี้จะมีผลมากขึ้นอย่างชัดเจน


QuickPath Interconnection (QPI) เป็นส่วนที่อินเทลนมาใช้โต้กับ HyperTransport ของทางเอเอ็มดี โดยตัว QPI นั้นจะเป็นการต่อแบบจุดต่อจุดแทนที่จะเป็นบัสเช่น HyperTransport ข้อดีคือความเร็วในการอ้างถึงหน่วยความจำจากซีพียูอื่นๆQPI เป็นสิ่งส่วนที่มาเติมเต็มให้กับ IMC ได้เป็นอย่างดีเพราะปัญหาของการใช้ต่อหน่วยความจำไว้กับซีพียูคือเมื่อมีการอ้างถึงหน่วยความจำในซีพียูอื่นๆ แล้วความเร็วจะตกลงอย่างชัดเจน แต่ QPI จะเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการสร้างช่องทางความเร็วสูงที่ให้แต่ละซีพียูข้ามไปใช้หน่วยความจำของซีพียูตัวอื่นๆ ได้โดยความเร็วไม่ตกลงมากนัก งานนี้อินเทลโชว์ว่าความเร็วแทบจะเท่ากับ latency ของ Xeon ตัวปัจจุบัน ส่วนการอ้างหน่วยความจำในที่ติดกับซีพียูนั้นจะเร็วขึ้นร้อยละ 40ข้อสงสัยข้อหนึ่งของ QPI คือแม้ความเร็วจะไม่ค่อยลดลงเมื่อมีการเพิ่มจำนวนซ็อกเก็ตในเครื่อง แต่นั่นก็หมายความว่าแต่ละซีพียูต้องมีโมดูล QPI เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในส่วนนี้ผมยังสงสัยว่าถ้าซีพียู 8 ซ็อกเก็ตนี่ก็ค้องมี QPI อยู่ 8 ชุด มันจะสมเหตุสมผลแค่ไหนในการผลิต?


HyperThread เป็นสิ่งที่อินเทลเคยพลาดไปครั้งหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว เพราะการจัดการแคชที่ไม่ฉลาดพอ ทำให้เมื่อเปิด HyperThread แล้วเครื่องกลับช้าลงในบางกรณี (เจอบ่อยในซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล) แต่งานนี้อินเทลก็โชว์ HyperThread อีกครั้ง ว่าเพิ่มประสิทธิภาพได้ร้อยละ 10-30 แน่นอนว่ารอบนี้การจัดการแคชจะฉลาดกว่าเดิม

ชุดคำสั่งที่เพิ่มขึ้นมาใน Nehalem คือ SSE4.2 มีสองส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ SSTNI ที่เร่งความเร็วในการจัดการกับตัวอักษร จุดมุ่งหมายหลักของชุดคำสั่งนี้คือการเร่งความเร็วในการประมวลผล XML นั่นเอง

อีกส่วนหนึ่งคือ ATA ที่ใช้เร่งความเร็วในงานเฉพาะอย่าง เช่น CRC32 ที่ใช้เร่งความเร็วสำหรับพวก Network Storage ที่ต้องทำ Check-sum ทั้งหลาย อีกส่วนคือ POPCNT ที่เช่นทำ Pattern Recognition

Macro Fusion เป็นส่วนที่ผมไม่แน่ใจว่ามีในซีพียูรุ่นก่อนๆ รีเปล่า แต่โดยปรกติแล้วด้วยสถาปัตยกรรมแบบ CISC ทำให้ซีพียูต้องแตกคำสั่งที่ซับซ้อนมากๆ ออกเป็นคำสั่งง่ายๆ หลายคำสั่งเพื่อเพิ่มความเร็ว แต่ในบางกรณีที่ตัวซอฟต์แวร์มีการใช้คำสั่งง่ายๆ จำนวนมากๆ Macro Fusion จะรวบคำสั่งเหล่านั้นเข้าเป็นคำสั่งเดียวกันเพื่อเพิ่มความเร็วได้อีกทาง

Virtualization มีมาตั้งแต่ Core 2 Duo ใน Nahelem ก็ออกแบบใหม่ให้สลับ Virtual Machine ได้เร็วขึ้นร้อยละ 40 ส่วนนี้ได้มาจากสองส่วนคือการสร้าง Virtual CPU ID ทำให้แต่ VM มองเห็นซีพียูเป็นคนละตัวกัน และย้ายงานการจัดการหน่วยความจำเสมือนไปอยู่ในซีพียูแทนที่จะเป็นตัวซอฟต์แวร์เหมือนแต่ก่อน


Turbo Boost แบ่งออกเป็นสองส่วนคือเมื่อซีพียูทำงานแค่บางคอร์ เราสามารถปิดคอร์ที่ไม่ทำงานแล้วไปเร่งความเร็วให้กับคอร์ที่เหลือได้ อีกส่วนหนึ่งคือเมื่อซีพียูเย็นพอ หามีการใช้งานหนักๆ ตัวซีพียูจะ Overdrive ตัวเองให้เร็วขึ้นทุกคอร์ได้เป็นเวลาสั้นๆ แล้วลดความเร็วลง กรณีแบบนี้ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถตอบสนองได้ดีขึ้น เช่นการเรนเดอร์เว็บที่ทำแค่แป๊บเดียว แต่เราอยากให้เร็วเท่าที่จะเป็นไปได้เป็นต้น

ของแถมสุดท้ายคือผู้ผลิตเมนบอร์ดรอวางตลาดกันเป็นแผงแล้วครับ ผมเห็นยี่ห้อ Tyan (สปอนเซอร์งานนี้) ยี่ห้อเดียวประมาณครึ่งโหล ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ก็มีกันครบ ขาดแต่ของอินเทลเอง???

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551

10 ทิปใช้งาน Google ให้เต็มประสิทธิภาพ

10 ทิปใช้งาน Google ให้เต็มประสิทธิภาพ


ทุกวันนี้ใครๆ จะหาอะไรก็ต้องถามหา Google ครับ...แต่น้อยคนนักที่จะใช้ระบบการค้นหาของ Google ให้ได้เต็มประสิทธิภาพได้ วันนี้ผมเลยรวบรวมเทคนิคที่นิยมใช้กันกับ Google มาแนะนำให้ไปลองใช้ดูครับเผื่อจะช่วยให้การค้นหาของเพื่อนๆ นั้นแม่นยำมากขึ้น
1. ปรับหน้าแสดงผลให้เป็นภาษาที่คุ้นเคยสำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง หรือต้องการความคุ้นเคยในการใช้งาน คุณสามารถปรับหน้าตาของ Google ได้ โดยไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=en จากนั้นไปที่ Interface Language ทีนี้คุณก็ปรับภาษาหน้าเว็บได้ตามต้องการ แล้วคลิก Save Preference ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนภาษาได้มากถึง 117 ภาษา
2. ประเทศไหนๆ ก็มี Googleโดยทั่วไปสำหรับการใช้งาน Google ส่วนมากเราจะเริ่มการใช้งานที่ http://www.google.com/ แต่ก็มีหลายคนสังเกตว่าชื่อเว็บของ Google ยังมีแบบอื่นอีก เช่น http://www.google.co.th/, http://www.google.fr/ หรือ http://www.google.co.uk/ ซึ่งเว็บเหล่านี้เป็นหน้าเว็บของแต่ละประเทศ โดยการค้นหาจากหน้าเว็บของประเทศนั้นๆ อันดับการแสดงผลก็จะแสดงหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ค้นหาก่อน
3. ค้นหาเฉพาะภาษาในประเทศนอกจาก Google จะมีการปรับหน้าตาเว็บให้เป็นภาษาต่างๆ แล้ว Google ยังให้บริการการค้นหาข้อมูลเฉพาะประเทศ โดยประเทศที่มีหน้าเว็บ Google ของประเทศตัวเองมีอยู่ทั้งหมด 43 ประเทศ การตั้งค่าให้การค้นหาเจาะจงไปที่เว็บของประเทศนั้นๆ ทำได้โดยไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=enดูที่ Search Language ติ๊กที่ Prefer pages written in these language(s): แล้วเลือกประเทศที่ต้องการ แล้วคลิก Save Preference
4. ค้นหาอย่างปลอดภัยในการค้นหาข้อมูลแบบปกติ อาจจะมีบ้างที่มีเว็บไม่พึงประสงค์ติดมาด้วย เช่นเว็บโป๊เปลือย ตุนวสามารถป้องกันไม่ให้เด็กค้นเจอเว็บโป๊เปลือยได้ ให้ไปที่ http://www.google.com/preferences?hl=en ดูที่ SafeSearch Filter แล้วติ๊กที่ Use strict filtering (Filter both explicit text and explicit images) ซึ่งเป้ฯการป้องกันทั้งข้อความลรูปภาพที่ไม่เหมาะสม จากนั้นคลิก Save Preference
5. เน็ตช้าก็ค้นหาได้เร็วคุณสามารถปรับแต่งการค้นหาของ Google ให้เหมาะสมกับความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งไปปรับที่ http://www.google.com/preferences?hl=en แล้วดูที่ Number of Result ซึ่งหากคุณใช้โมเด็มแบบ Dial-up ก็เลือกจำนวนการแสดงข้อมูลเว็บเพจอยู่ที่ 10 เว็บเพจต่อหนึ่งหน้า ถ้าคุณใช้เน็ตแบบไฮสปีดคุณสามารถเลือกแสดงผลได้สูงสุดถึง 100 เพจต่อหนึ่งหน้า
6. Google เปลี่ยนไป๋ หากเบื่อกับหน้าตา Google แบบเดิมๆ แล้วอยากลองของแปลก ให้พิมพ์ http://www.google.com/intl/xx-hacker/ ในบราวเซอร์ คุณจะเห็นเว็บ Google หน้าตาเพี้ยน โดยคำที่ใช้จะมีการใช้ตัวเลขมาแทนตัวอักษร ลองอ่านดูว่าคุณจะอ่านทำไหนได้บ้าง



7. ANDในส่วนนี้จะเป็นการค้นหาที่เราใช้งานเยอะที่สุด โดย AND หรือการเคาะวรรคจะเป็นการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น เพลง AND รักเธอเสมอ หรือ เพลง รักเธอเสมอ จะเป็นการค้นคำเดียวกันครับ
8. ORคำสั่ง OR จะเป็นการเลือกคำที่จะค้นหา เช่น เพลง OR รักเธอเสมอ หมายถึงเลือกค้นคำว่า เพลง หรือคำว่า รักเธอเสมอ
9. เครื่องหมายบวก (+)คำสั่ง + จะเป็นการค้นหาคำศัพท์ที่ไม่รวมรากศัพท์ต่างๆ และกิริยา 3 ช่อง เพราะปกติเวลาที่คุณพิมพ์คำที่ต้องการค้นหากูเกิ้ลจะหาคำที่ใกล้เคียงมาให้ด้วย ซึ่งคำสั่งนี้จะใช้กับการค้นหาที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น จากรูปจะเห็นว่าหากเราค้นหาคำว่า running โดยไม่มีคำสั่ง + กูเกิ้ลจะค้นหาทั้งคำว่า running, run, และคำที่ใกล้เคียงมาให้ถึง 477 ล้านเพจ แต่ถ้าใช้ + running จะเหลือการค้นหาเพียง 474 ล้านเพจ ลดการค้นหาลงไปตั้ง 3 ล้านเพจ
10. เครื่องหมายลบ (-)เป็นคำสั่งที่ใช้ตัดคำที่ไม่ต้องการออกไป เช่น เพลง - รักเธอเสมอ หมายถึงการค้นหาคำว่า เพลง แต่ไม่ให้แสดงหน้าที่มีคำว่า รักเธอเสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551

LAN 10/100/1000 ความเร็วหรือปริมาณ

ความเร็วของแสง อยู่ที่ประมาณ 186,000 ไมล์/วินาที ข้อนี้แน่นอนอยู่แล้วสาย 10 mb/100 mb/100 mb ความเร็วเท่ากันหรือไม่ ตำตอบคือ "ความเร็วของข้อมูลในสายสัญญาณเท่ากัน" แต่ "ปริมาณข้อมูลที่ได้ไม่เท่ากัน" ครับคำว่า 10mb 100 mb หรือ 1000 mb นั้น เป็นการแสดงค่า "ปริมาณข้อมูล" สูงสุด ซึ่งในที่นี้หมายถึง 10 mb/sec, 100 mb/sec, 1,000 mb/sec ตามลำดับ ในสายหนึ่งเส้น รับ-ส่งข้อมูลได้ปริมาณข้อมูลไม่เท่ากันได้ยังไง ในเมื่อความเร็วของข้อมูลที่วิ่งอยู่ในสายเท่ากัน???คำตอบของวิธีนี้ก็คือ "ความเร็วอุปกรณ์ รับ-ส่ง" ไงครับเพราะว่าช่องทางรับ-ส่งต่างก็มีกันแค่คนละเลน(หรือทีละบิต) หากแต่เป็นการเพิ่ม "ความเร็ว" ในการ "ปล่อย" หรือ รับ-ส่ง ข้อมูลความเร็วที่ต่างกันนี้ อาศัยความแตกต่างด้านความเร็วของอุปกรณ์ประเภท "สวิทชิ่ง" เป็นหลักครับเปรียบเทียบ ก็คงจะคล้ายกับ "ประตู" มากกว่า ว่าประตูรุ่นไหน แบบไหน เปิด/ปิด ได้เร็วกว่ากันยกตัวอย่างรถกับถนน ก็ขอยกเป็นด่านเก็บเงินทางด่วน ที่มีแค่ "ช่องจ่ายเงินช่องเดียวและถนนเลนเดียว" ก่อนนะครับทำยังไงถึงจะมี "ปริมาณ" รถเข้าด่านเก็บเงินนี้มากๆ หากความเร็วรถบนทางด่วนก็พอๆกัน เร็วบ้างช้าบ้างติดบ้างคำตอบก็คือ "เพิ่มความเร็ว" ตรงด่านเก็บเงินที่หน้าด่าน "ปริมาณรถ/วัน" ก็จะมากขึ้น ทั้งๆที่ความของรถเร็วไม่เปลี่ยนแปลงถ้าหากต้องการปริมาณรถ(ข้อมูล) มากกว่านี้ อาจจะต้องเปลี่ยนจากใช้คนเก็บ(100 mb) ไปเป็นด่านอัตโนมัติ(1,000 mb) หรือใช้วิธีแบบข้างบนก็ได้โดยเพิ่มเพิ่มเป็น 2 ช่อง(ต่อเพิ่มเป็น 2 เส้น/port เป็น 200 mb) ก็จะได้ปริมาณรถ(ข้อมูล) มากขึ้นเหมือนกันครับ แต่เป็นการเพิ่มช่องเก็บเงิน(เพิ่ม port) สามารถเพิ่มปริมาณรถ(ข้อมูล)โดยรวมทั้งหมดได้ แต่ไม่ใช่วิธีเพิ่มปริมาณรถ(ข้อมูล)เฉพาะในช่องเก็บเงิน(เส้น/port)เดิมแต่อย่างใด เป็นคนละกรณีกันครับแต่การที่ IDC สามารถปล่อยได้ถึง 10 กลับถูกตั้งหน่วงเอาไว้ ให้ปล่อยเป็นจังหวะ 2 หรือ 3(หมายถึงว่า ในความเร็วเท่าเดิม อาจจะทุกๆ 10 จังหวะ กลับหน่วงรับ-ส่งข้อมูลไม่กี่จังหวะ เช่น 10 จังหวะ กลับรับ-ส่งแค่ 1 จังหวะ) อันนี้ต้องถามคนปล่อยแล้วครับ ว่าต้องเสียอีกเท่าไหร่ถึงจะยอมปล่อยเพิ่ม....... ความเร็วของสวิทชิ่ง มีผลต่อปริมาณได้ขนาดนี้เชียวหรือ ?ข้อมูลความเร็วเกือบเท่าแสง สวิทชิ่งส่งข้อมูลที ยังไม่ทันทำอะไรก็ถึงปลายทางแล้วครับ ไม่ต้องห่วงว่า ข้อมูลจะ "ติด" ค้างอยู่ในสาย สวิทชิ่งที่เร็วที่สุด ก็คงยังไม่เร็วใกล้แสงครับ ความเร็วห่างกัน.....เป็นร้อยๆเท่าได้มังครับ ความเร็วสวิทยังเพิ่มได้อีกเยอะ โดยไม่ต้องสนใจปริมาณข้อมูลที่วิ่งอยู่ในสาย กว่าสวิทจะรับ-ส่งข้อมูลเร็วขึ้น จากที่วิ่งไปเป็นจังหวะจนติดเต็มพรืดไม่มีเว้นช่อง/จังหวะว่าง ในสายส่งข้อมูล ก็คงอีกนานแหละครับจะเปรียบเทียบเป็นอีกแบบก็ได้ครับ ชัดเจนสุดๆ...เปรียบเหมือนเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างมากขึ้น ไม่ได้เป็นเพราะเรามีเส้นเลือดเพิ่มขึ้น หากแต่เป็นเพราะหัวใจเราเต้นเร็วขึ้น ในยามที่เสื้อผ้าเธอน้อยชิ้นลง

เพิ่มเติมให้อีกนิดนะครับ.....
สรุปก็คือ การรับ-ส่ง ข้อมูลขนาดหนึ่งๆใช้ความเร็วในสายสัญญาณ เท่าๆกัน แต่เวลาที่ใช้รับ-ส่งข้อมูล "อาจจะ" ไม่เท่ากันเช่นตัวอย่างแบบเลขคณิตคิดง่ายๆ ครับข้อมูล 10,000 mb ส่งข้อมูลในสายด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสงพอๆกัน แต่ hub 10 mb/sec = 10000/10 = 1000 sec.hub 1000 mb/sec = 10000/1000 = 10 sec.ก็เพราะ ความเร็วของสวิทช์ไม่เท่ากัน ลองกอปปีข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์ผ่านแลนเพื่อทดสอบ แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนแต่......เดี๋ยวก่อนที่มี "อาจจะ" ก็เพราะว่าความเร็วของสวิทช์ ไม่ใช่ตัวแปรแต่เพียงอย่างเดียวหาก IDC ให้มามีปริมาณต่ำๆ(เช่น ข้อมูลขนาด 3 mb/sec ในสาย 100 หรือ 1000 mb/sec) ปริมาณข้อมูลที่น้อยหรือน้อยมาก เวลาที่ได้ก็จะใกล้กันมาก จนเกือบจะเท่ากัน และเมื่อรวมตัวแปรอื่นๆ และ Spec อื่นๆ เช่น ความเร็ว-ช้า, Buffer, Response Time, Relay Time, ของฮับแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ อุปกรณ์อื่นๆ เช่น คอมพ์ที่ใช้ ความเร็ว การ์ดแลนที่ใช้ เข้าไปด้วยล่ะก็ .....ก็คงไม่ต้องสนใจไปวัดหรือไปทำอะไรหรอกครับ

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Core Duo แตกต่างกับ Core 2 Duo อย่างไร

เรื่องนี้คงเอาคราว ๆ พอ ไม่ได้ลึกมากมาย แต่ถ้าใครอยากได้ลึกถึงรายละเอียดกว่าที่เขียน ก็เข้าไปอ่านตามลิงส์ที่ทำไว้เพื่อเพิ่มรายละเอียดได้ครับ
ใครที่ไม่ทราบเรื่อง Hardware ใน Computer มากนักแนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มตาม ลิงส์ที่มีอยู่นะครับ
ข้อแตกต่างของคำว่า Solo กับ Duo ก็คือ Solo เป็น CPU แบบ Single Core และ Duo เป็น CPU แบบ Dual Core โดยถ้าใน Intel Core 2 Solo จะไม่มีคุณสมบัติ Intel Advanced Smart Cache (การแชร์ L2 cache เพื่อใช้งานร่วมกันของ Core CPU ใน Multi-core CPU) ส่วนนอกนั้นมันก็เหมือน ๆ กัน [Core Solo and Core Duo]
Core 2 Duo เป็น Hybrid CPU ระหว่าง 32bit และ 64bit CPU มันคงไม่เพียว ๆ แบบ Itanium เพราะ Core 2 Duo มันเป็นทั้ง x86 (32bit เดิม) และ x86-64 (EM64T) โดย Core 2 Duo ที่ใส่ใน Notebook มี codename ว่า Merom เป็นใช้สถาปัตยกรรมแบบ Intel Core microarchitecture โดยผลิตแบบ Dual Core และเทคโนโลยีแบบ 65 nm, เพิ่ม Supplemental Streaming SIMD Extension 3 (SSSE3) เข้ามาในชุดคำสั่งบน CPU ด้วย โดยเพิ่มขึ้นมาอีก 16 ชุดคำสั่ง และยังได้เพิ่ม Intel Advanced Smart Cache เพื่อเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลใน L2 Cache ที่แชร์การใช้งานกันอยู่ และมีอย่างอื่นอีกเช่น Intel Wide Dynamic Execution, Intel Intelligent Power Capability, Intel Smart Memory Access และ Intel Advanced Digital Media Boost เป็นต้น ส่วนอื่น ๆ อ่านที่ Intel : Inside Intel Core™ Microarchitecture Setting New Standards for Energy-Efficient Performance ครับ
ส่วน Core Duo ที่มี codename ว่า Yonah ใช้ Pentium M microarchitecture แต่ดันใช้ชื่อ Intel Core ให้สับสนกันเล่น ๆ ซะงั้นอ่ะ ซึ่งเป็นการ Rebranding ตัว Pentuim M ใหม่ และให้มีความเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยนั้นก็คือเปลี่ยนการผลิตจาก 90nm ใน codename Dothan มาเป็น 65nm และเพิ่ม SSE3 ลงไปใน CPU codename ดังกล่าว แถมด้วยเพิ่ม L2 Cache บ้างในบางรุ่น (ส่วนใหญ่จะรุ่นสูง ๆ ) ซึ่ง L2 Cache ที่อยู่ในรุ่น Core Duo นั้นไม่ได้ใช้ Intel Advanced Smart Cache ซึ่งทำให้ L2 Cache นั้นถูกแยกออกมาใช้ในแต่ละ Core Processor ทำให้เกิดการดึงข้อมูลซ้ำซ้อนกันได้ ซึ่งก็ต้องถูกแก้ปัญหานี้โดยใช้ Intel Advanced Smart Cache ในสถาปัตยกรรมแบบ Intel Core microarchitecture นั้นเอง ซึ่งเจ้า Core Duo นั้นก็ยังคงมีความเป็น Pentium M microarchitecture มากกว่า Intel Core microarchitecture อยู่ดี
โดยสรุปได้ย่อ ๆ ว่าสิ่งที่แยกระหว่าง Pentium M microarchitecture และ Intel Core microarchitecture คือ EM64T, SSSE3 , Intel Advanced Smart Cache, Intel Wide Dynamic Execution, Intel Intelligent Power Capability, Intel Smart Memory Access และ Intel Advanced Digital Media Boost เป็นต้น
รายละเอียดความแตกต่างของทั้ง Intel Core Solo/Duo และ Intel Core 2 Solo/Duo มีดังนี้
Core Solo/Duo
Support CPU Speeds: 1.06 GHz - 2.33 GHz
Support FSB Speeds: QDR FSB 133Mhz - 166MHz ~ FSB 533Mhz - 667Mhz
Implementation Mobile - 478pins µFCPGA - Socket M (Socket479)- 479balls µFCBGA - Soldered on mainboard
Instruction set Yonah: RISC - IA32 - XD - MMX - SSE - SSE2 - SSE3
Cache : L1 64KB, L2 2MB (Independent L2 Cache)
Core 2 Solo/Duo
Support CPU Speeds: 1.60 GHz - 2.93 GHz
Implementation Desktop - 775lands FC-LGA4 - Socket775
Implementation Server (Xeon Brand)- 775lands FC-LGA4 - Socket775 (Uniprocessor Socket775)- 771lands FC-LGA4 - SocketJ (LGA771, Dualprocessor Socket J และ Multiprocessor Socket J)
Implementation Mobile- 478pins µFCPGA - Socket M (Socket479)- 479balls µFCBGA - Soldered on mainboard
Support FSB Speeds: QDR FSB 133Mhz - 166MHz ~ FSB 533Mhz - 800Mhz
Instruction set Merom: RISC - IA32 - EM64T - XD - MMX - SSE - SSE2 - SSE3 - SSSE3
Cache : L1 64KB, L2 2MB - 4MB (Intel Advanced Smart Cache, Maximum 8MB in Xeon Brand)
New Technology, Intel Advanced Smart Cache, Intel Wide Dynamic Execution, Intel Intelligent Power Capability, Intel Smart Memory Access และ Intel Advanced Digital Media Boost เป็นต้น
อ้างอิงจาก
Wikipedia : Intel Core
Wikipedia : Intel Core 2
Wikipedia : Intel Core Microarchitecture
The BalusC Server : Intel Core
The BalusC Server : Intel Core 2
Directron.com : Understanding System Memory and CPU speeds: A layman’s guide to the Front Side Bus (FSB)
Intel : Inside Intel Core™ Microarchitecture Setting New Standards for Energy-Efficient Performance

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Centrino 2. What?

ในยุคที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด การเมืองเคล็ดขัดยอก เราคนไทยที่อยากเห็นความสงบสุขและรอยยิ้มของคนไทยที่มีให้แก่กัน ไม่ว่าความคิดเห็นจะต่างกันอย่างไร ไม่ต้องไปไหนไกล เข้าไปห้องเพื่อนบ้านทีไร ความดันขึ้นทุกที คนเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างได้ แม้แต่ตัวเราเองบางครั้งยังไม่ยอมรับในการกระทำของตัวเองเลย เพราะฉะนั้นเลิกทะเลาะ หยุดว่ากล่าวกันซักทีเถอะครับ หันมาทำงานพัฒนาบ้านเมืองในหน้าที่ของตนกันดีกว่า ร่ายมาซะยาว ไม่ได้เข้าเรื่องเลย เอาละครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็ขอเริ่มเลยแล้วกัน ในขณะที่บ้านเมืองลุงแซมเค้ากำลังมีปัญหาทางด้านซับไพรม์ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะติดขัดหรือถดถอยไปซะหมด อย่างน้อยก็ยังมีบริษัทหนึ่งที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก่อให้เกิดกิเลสแก่พวกเราๆ ทั้งหลาย ไม่ใช่ใครอื่น ยักษ์ใหญ่ อิลเทล นั่นเอง หลังจากที่ได้เปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ๆ กันออกมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ถึงเวลาของ Centrino ที่จะได้รับการขนานนามใหม่ซะที แต่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แค่เติมเลข 2 ต่อท้ายไป กลายเป็น Intel Centrino 2 มีหลายคนสงสัยว่า Centrino 2 มันคืออะไร Processor ตัวใหม่ของอินเทลใช่หรือไม่ หรือคนที่พอจะรู้คร่าวๆ แล้วก็อยากรู้ว่ามันมีอะไรเพิ่มเติมที่แตกต่างไปจาก Centrino อย่างไร ผมเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโน๊ตบุคมาได้สักพักหนึ่ง เพราะตัวเองกำลังจะซื้อเครื่องใหม่เครื่องแรก หลังจากได้มรดกมาหลายเครื่อง หาไปหามาก็เริ่มเจอคำถามเกี่ยวกับ Centrino 2 ด้วยความที่อยากรู้ว่ามันดีกว่า Centrino ยังไง เผื่อจะได้ใช้เงินเก็บที่มีอยู่อันน้อยนิดอย่างคุ้มค่าที่สุด ไปสอยเครื่องที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี ผมเองก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับมันมากมาย แต่ที่มาเขียนบทความอันนี้ก็คงตามคอนเซปของผม คือ "..จะรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ตามประสา อย่าด่าว่า ถ้าที่มา นั้นมันผิด แต่ก็ดี ที่รู้แล้ว ไม่ได้ปิด ส่งต่อนิด ค่อย ๆ คิด แล้วดีเอย.." ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ CPU ของ อินเทลกันก่อนนะครับ กล่าวเรียงตามลำดับโดยคร่าวๆ เพียงแต่ mobile CPU หรือ CPU สำหรับโน๊ตบุคนะครับ เพราะ Centrino มีแค่ในโน๊ตบุคจ้า Notebook processors Intel® Core™ processor family - Intel® Core™2 Extreme mobile processor - Intel® Core™2 Quad mobile processor - Intel® Core™2 Duo mobile processor - Intel® Core™ Duo mobile processor - Intel® Core™2 Solo mobile processor - Intel® Core™ Solo mobile processor Intel® Pentium® processor family - Intel Pentium dual-core mobile processor - Intel® Pentium® M processor Intel® Celeron® processor family - Intel® Celeron® Dual Core processor - Intel® Celeron® processor - Intel® Celeron® M processor ทีนี้ถามว่า Centrino คืออะไร ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบดิน Centrino ก็คือ CPU ของ Intel แต่ บวกเข้ากับ Intel Chipset แล้วก็ตบท้ายด้วย Wireless Network เพราะฉะนั้น Centrino ต้องมีคุณสมบัติด้วยกันสามข้อนี้ (ถ้านับข้อดีได้สามข้อแล้วก็ตกลงใจซื้ออินเทลมาใช้ อิอิ) Centrino เริ่มต้นเปิดตัวในปี 2003 โดยมี Code Name นำร่องว่า Carmel platform (2003) ซึ่งประกอบไปด้วย Mobile chipset an Intel 855 series chipset (codenamed Odem or Montara with Intel Extreme Graphics 2), DDR-266. Mobile processor an Intel Pentium M processor (codenamed Banias or later Dothan) with a 400 MT/s FSB, Socket 479. Wireless network an Intel PRO/Wireless 2100B (codenamed Calexico) or later 2200BG mini-PCI Wi-Fi adapter (codenamed Calexico2). จากนั้นก็ได้มีการพัฒนาเรื่อยมาจนมาเป็น Sonoma platform (2005) Mobile chipset an Intel Mobile 915 Express series chipset (codenamed Alviso with Intel's GMA 900), DDR2-533. Mobile processor an Intel Pentium M processor (codenamed Dothan) with a 533 MT/s FSB, Socket 479. Wireless network an Intel PRO/Wireless 2200BG or 2915ABG mini-PCI Wi-Fi adapter (both codenamed Calexico2). และจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2006 ก็ถือกำเนิด CPU ตระกูล Core Napa platform (2006) Mobile chipset an Intel Mobile 945 Express series chipset (codenamed Calistoga with Intel's GMA 950), including ICH7M southbridge. - RAM supported for DDR2-533 and DDR2-667 SO-DIMM. Mobile processor Processors - Socket M / Micro-FCBGA - an Intel Core Solo, Core Duo (codenamed Yonah) processor, or - an Intel Core 2 Duo (codenamed Merom) processor with a 667 MT/s FSB for Napa Refresh platform, or - an Intel Core 2 Solo (codenamed Merom) processor with 553 MT/s FSB for Napa Refresh platform (Sept 2007). Wireless network an Intel PRO/Wireless 3945ABG mini-PCIe Wi-Fi adapter (codenamed Golan). - Some newer models (as of 1st quarter 2007) of the Napa Refresh platform contain the newer 4965AGN (a/b/g/draft-n) wireless cards. แล้วก็มาถึงรุ่นที่สี่ของ Centrino ในปีถัดมา Santa Rosa platform (2007) Mobile chipset an Intel Mobile 965 Express series chipset (codenamed Crestline): GM965 with Intel's GMA X3100 graphics technology or PM965 with discrete graphics, and ICH8M southbridge, 800 MT/s front side bus with Dynamic Front Side Bus Switching to save power during low utilization. - Intel Dynamic Acceleration (IDA), better Windows Vista Aero support.[2] - RAM supported for DDR2-533 and DDR2-667 SO-DIMM. - EFI-compliant firmware, a successor to BIOS. - optional NAND flash-memory caching branded as Intel Turbo Memory (codenamed Robson). Mobile processor Processors - Socket P / Micro-FCPGA / Micro-FCBGA - an Intel Core 2 Duo (codenamed Merom) second generation processor with 800 MT/s FSB, or - an Intel Core 2 Duo (codenamed Penryn) 45nm processor with 800 MT/s FSB and SSE4.1, which will add 47 new instructions to SSSE3. It was scheduled for release in January 2008[3] for Santa Rosa Refresh platform. Wireless network an Intel WiFi Link 4965AGN (a/b/g/draft-n) mini-PCIe Wi-Fi adapter (codenamed Kedron). - Wireless-N technology boasts a 5X speed increase, along with a 2X greater coverage area, and supports 2.4 GHz and 5 GHz signal bands, with enough bandwidth for high definition audio and video streams.[4]. และแล้วก็มาถึงยุคที่ได้รับการเรียกขานใหม่ว่า Centrino 2 ในปีนี้นี่เองด้วยคุณสมบัติดังนี้ Montevina platform (2008) Mobile chipset an Intel Mobile 4 Express series chipset (codenamed Cantiga; GL40, GS45, GM45, GM47 or PM45) with Intel's GMA X4500 graphics technology and ICH9M southbridge, 1066 MT/s front side bus. The graphics core GM45/47 is expected to be clocked at 533/640MHz which will contain ten unified shaders, up from the eight provided by GMA X3100. - RAM support for DDR2-667, DDR2-800, DDR3-800, DDR3-1066 SO-DIMM. - NAND flash-memory caching branded as Intel Turbo Memory (codenamed Robson 2). - Gigabit Ethernet LAN controllers 82567LM and 82567LF (codenamed Boazman).[11]. - Main support for DisplayPort with an external connector attached to the motherboard along with full supplemental support of HDMI, DVI, and VGA standards. Mobile processor Processors - Socket P / Micro-FCPGA/Micro-FCBGA - a second-generation Intel Core 2 Duo (codenamed Penryn) 45nm processor with 1066 MT/s FSB with clock speeds ranging from 2 GHz to 3.06 GHz, also featuring SSE4.1 support, which adds 47 new instructions to SSSE3. It is planned to consume no more than 29W, compared to Merom's and first-generation Penryn's 34W TDP. Wireless network Wireless Modules - an Intel WiFi Link 5100/5300 mini-PCIe adapter (codenamed Shiloh), and the add-on card WiMAX (802.16) (codenamed Dana Point), or - the Intel combo WiFi/WiMAX Link 5150/5350 mini-PCIe adapter (code-named Echo Peak). โดยภาพรวมแล้วการตลาดของอินเทลขายชื่อ Centrino มาเป็นเวลานาน ไม่ว่า CPU จะเปลี่ยนจาก Pentium มาเป็น Core ก็ยังคงใช้ชื่อทางการค้าเดิมอยู่ แต่เมื่อการมาของตระกูล Core ของอินเทลเองมาแรงมาก ทำให้ผู้คนสนใจที่จะเรียกหาโน๊ตบุคที่มี Core CPU เช่น Core Duo, Core 2 Duo เป็นต้น จึงทำให้เราหลงๆ ลืมๆ ไปกับชื่อ Centrino จนวันนี้ Intel ได้พัฒนาไปจนถึงระดับ 45 nm เลยคิดที่จะให้มีความแตกต่าง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของผู้บริโภค (แต่เราก็ยัง งง กับมันอยู่ดี) เลยเปลี่ยนชื่อมาเป็น Centrino 2 นั่นเอง จะเห็นได้ว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นมาหลักๆ ที่เห็นได้ชัดก็คือ Chipset - RAM support for DDR2-667, DDR2-800, DDR3-800, DDR3-1066 SO-DIMM. - Gigabit Ethernet LAN controllers. Processor - a second-generation Intel Core 2 Duo (codenamed Penryn) 45nm processor with 1066 MT/s FSB. Wireless - an Intel WiFi, and the add-on card WiMAX (802.16), or - the Intel combo WiFi/WiMAX หวังว่าคงทำให้กระจ่างมากขึ้นนะครับ หรืออาจทำให้เสียเวลาแล้วยิ่งงมากกว่าเดิมกันแน่ 555